ตลาดซื้อขาย ทางสัตวแพทย์ชมรมผู้บรีหารสถานพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์เสวนาคลินิกออนไลน์จัดหางานสำหรับสัตวแพทย์ Home Contact Us About Us
WebBoard
สัตวแพทยสมาคม
ส.ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีก
ส.สัตวแพทยผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์
สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย
คณะสัตวแพทย์
ม.มหานคร
ม.ขอนแก่น
ม เกษตรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์
ม.เชียงใหม่
ม.เวสเทิร์น
ม.มหิดล
เวปไซน์ สัตวแพทย์
รพส กัลปพฤกษ์
รพส เนินพลับหวาน
รพส สุราษฎร์ธานี
รพส นครศรีธรรมราช
บล๊อค หมออิทธิเดช
อิทธิเดชสัตวแพทย์
รพส อุดรแอร์พอร์ท
สัตวแพทย์เสวนา
ตั้งคำถามหรือกระทู้ใหม่ที่นี่
อาชีพสัตวแพทย์....โปรดอ่านก่อนตัดสินใจที่จะเป็น
(Reader : 7443)
อาชีพสัตวแพทย์...โปรดอ่านก่อนตัดสินใจที่จะเป็น
by Saroch Kaewmanee on Thursday, March 8, 2012 at 2:05pm ·
เมื่อวานได้เห็นบทความ (ส่วนหนึ่งจากฉบับเต็ม) ของรศ.น.สพ.ดร.สุดสรร ศิริไวทยพงศ์ หรือ อาจารย์แก้ว จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย บทความนี้เกี่ยวข้องกับ"อาชีพสัตวแพทย์"ครับ ผมอ่านแล้วรู้สึกชอบบทความนี้มาก จึงอยากแบ่งปันให้พี่ๆน้องๆทั้งในและนอกวงการสัตวแพทย์ได้อ่านกันครับ

นิสิตปีหกหลายคนที่กำลังหางาน ชอบถามว่า "เงินเดือนเท่านั้น เท่านี้ ทำไมมันน้อยนัก?" แล้วก็ไปถามไปเปรียบเทียบกับอาชีพอื่น ทั้งๆที่เคยรู้ว่า สัตวแพทย์ไม่ใช่วิชาชีพที่สามารถมีรายได้มากมายนัก เรื่องนี้ ผมเป็นคนพูดเองตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา ทั้งการปฐมนิเทศผู้ปกครอง พูดให้พ่อให้แม่ให้ผู้ปกครองฟัง รวมทั้งตอนปฐมนิเทศนิสิตใหม่ ทุกๆปี (ขาดไปเมื่อสองปีก่อน ไม่ได้คุยกับนิสิต เพราะไปราชการต่างประเทศ) โดยเน้นย้ำว่า ถ้ายอมรับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ อยากจะเปลี่ยนใจให้ลูกหลานไปเรียนอย่างอื่น ก็ลองคุยกับเค้าดู เวลาคุยกับนิสิตปีหนึ่ง ก็พูดทุกครั้ง แต่เวลาผ่านมาหกปี บางที น้องๆอาจลืมมันไปแล้ว หรือ ตอนนั้นสนใจแค่ว่า สอบเข้ามาได้ ก็จะเรียน ไม่ได้ฟังเนื้อหาใจความสำคัญที่พูดเลย
ทุกครั้งจะพูดเสมอว่า วิชาชีพนี้ เป็นวิชาชีพที่คนที่จะเข้ามาเรียน ต้องมั่นใจว่า ไม่ใช่คนที่อยากจะหารายได้มากมายจากการทำงาน หรือเป็นคนที่ชอบสัตว์ รักสัตว์เท่านั้น แต่เป็นวิชาชีพ ที่สามารถมีรายได้เลี้ยงชีพได้ และต้องการความเสียสละมากมาย ในการรักษาสัตว์ที่ไม่สามารถพูด ไม่อาจบอกเราได้ ว่าเค้าเป็นอะไร ต้องรักษาความรู้สึกเจ้าของสัตว์ ให้สามารถวางใจว่าเราจะสามารถดูแลชีวิตสัตว์เลี้ยงเค้าได้ ต้องตะลอนๆออกไปตากแดด ตากฝน ดูสุขภาพสัตว์ตามฟาร์มต่างๆ หรือ ตามชนบทที่ห่างไกล บางครั้งต้องรับฟังเสียงด่า เสียงบ่น จากความไม่เข้าใจในสิ่งที่สัตวแพทย์ต้องทำ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพสัตว์ หลายครั้ง ต้องทำงานเบื้องหลังที่ไม่มีใครมองเห็น เพื่อป้องกันโรค กำจัดโรค ไม่ให้ติดต่อจากอาหารที่ผลิตจากสัตว์มาสู่คน
การนำรายได้ไปเปรียบเทียบกับวิชาชีพอื่นๆ นอกจากจะ"บั่นทอนกำลังใจ"แล้ว ยังดูเหมือนเป็นการ"ดูหมิ่นเกียรติแห่งวิชาชีพสัตวแพทย์"ที่พี่กล่าวมาแล้วนะครับ ว่างานของน้อง น้องตั้งใจจะทำเพื่อหารายได้ให้มากที่สุดเท่านั้นหรือ??? ทั้งๆที่เราควรจะทราบอยู่แล้วว่า ถ้าเราอยากเรียนเพื่อจบออกมาเป็นสัตวแพทย์ เราคงไม่อาจหาเงินจากงานได้มากมายเท่ากับงานอื่นๆอีกหลายงาน แต่น้องควรตั้งใจเพื่อประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์เพื่อผลประโยชน์ต่อสุขภาพสัตว์ ต่อสุขภาพผู้คน และเกียรติภูมิของวิชาชีพ อย่าเอาไปเปรียบเทียบเลยครับ
แม้มันจะดูเป็นมโนทัศน์ที่เหมือนจินตนาการ แต่พี่ว่า เรามีตัวอย่างจากพี่ๆสัตวแพทย์หลายคน ที่เป็นตัวอย่างที่ดี
ถ้าน้องคิดว่าไม่สามารถทำได้ ก็ไม่ควรคิดมาเป็นสัตวแพทย์ตั้งแต่แรกนะครับ ...
งานของสัตวแพทย์ อย่างที่กล่าวไว้แต่แรก รายได้ไม่มาก แต่ทุกคนเกิดมาต่างกัน เราก็ต้องรู้จักประมาณตน รู้จักใช้ รู้จักเก็บออม มันก็มีโอกาสงอกเงยขึ้นได้นะครับ ความเหน็ดเหนื่อยที่เกิดขึ้นจากการประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์ มันไม่มีทางคุ้มกับค่าจ้างแรงงานและแรงสติปัญญา และความรู้มากมายที่น้องๆต้องเรียนตลอดระยะเวลาหกปี ที่เรานำออกไปใช้หรอกครับ แต่ ถ้าเราตั้งใจจะเป็นสัตวแพทย์
การได้เห็นสัตว์ที่เรารักษามีชีวิตที่ดี เจ้าของสัตว์มีความสุข ฟาร์มที่เรานำผลิตภัณฑ์ไปแนะนำมีผลกำไรดี โดยสวัสดิภาพของสัตว์เป็นไปอย่างเหมาะสม พี่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ มันเกินคำว่าคุ้มค่านะครับ ....
การเรียนจบ ได้ สพ.บ. หรือ สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต มีคนมากมายทำได้นะครับ มันไม่ยากนักหรอก จุฬาฯ จบปีนึงไม่ต่ำกว่าร้อยยี่สิบคน แต่จะเป็นสัตวแพทย์ที่สามารถทำประโยชน์ให้สังคม มีผู้ชื่นชมจากงานที่เราทำนั้น มีความสุขในชีวิต
ต้องขึ้นอยู่กับว่าน้องนะครับ ว่าน้องอยากเป็น
สัตวแพทยศาสตรบัณฑิตที่จะทำงานเพื่อหารายได้ไปวันๆ
หรือจะเป็น
สัตวแพทยศาสตรบัณฑิตที่เป็นสัตวแพทย์ให้สมเกียรติภูมิแห่งวิชาชีพจริงๆ.....
Posted by : จากแชร์ ใน FBวัน/เวลา : 9/3/2555 10:42:31
คนที่พูดเงินเดือนเยอะ พูดสวยหรูดูดี
คนที่กังวลเงินเดือนน้อย (จบใหม่) กับไม่มีเงินเดือน (ยังไม่จบ)
ที่ว่าพอเลี้ยงชีพได้ ก็จริงอยู่ แล้วครอบครัว พ่อป่วย แม่ป่วย เมียจะคลอด ลูกเข้าโรงเรียน มันน่ากังวลไหม กับเงินเดือนที่ได้ คุ้มมั้ยกับเวลาที่ทำงาน
ถามว่าภูมิใจในวิชาชีพมั้ย ก็ภูมิใจอยู่ แต่ก็คนละเรื่องกับเรื่องเงิน
Posted by :สพ.จ๊ะทิงจา
วัน/เวลา :10/3/2555 8:19:57
อาจาย์ก็บอกอยู่แล้วว่าอาชีพนี้ไม่รวย แค่พอกินพอใช้ ไม่ขัดสนคับ ถ้าใครมีพันธะมีภาระครอบครัว ต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ ต้องการรายได้เยอะๆ ควรหาอาชีพอื่นคับ หรือหาอาชีพเสริมถ้ายังอยากเป็นสัตวแพทย์อยู่

แต่เท่าที่ผมเห็น รายได้อาชีพเรา ก็พอรับผิดชอบครอบครัวได้นะคับ ตัวผมเองยังรับจ้างกินเงินเดือนอยู่เลย ทุกเดือนให้ตังค์พ่อแม่50%ของรายได้ตัวเอง เพราะพ่อแม่ผมไม่ได้ทำงานแล้ว ค่าน้ำค่าไฟในบ้านจ่ายเอง ตัวเองใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละ6000 นอกนั้นเก็บออมทรัพย์ ก็ยังอยู่ได้คับ เดินทางรถเมล์ รถเเทกซี่ กินข้าวแกงธรรมดา ไม่บ้าซื้อไอแพด ไอโฟนตามกระแส ไม่เที่ยว ปาร์ตี้เฮฮา สปอยล์สาว เงินแค่6000 บาทใช้คนเดียวอยู่ได้สบายคับ ลองมาแล้ว

นี่ขนาดผมเป็นแค่ลูกจ้างคลินิคนะคับ ถ้าใครทำบริษัท ทำเซลล์ หรือเปิดกิจการเอง รายได้มากกว่าผมหลายเท่า มีเหรอจะส่งเสียครอบครัวไม่ได้ เลี้ยงตัวเองเลี้ยงลูกเมีย เลี้ยงบุพพการีไม่ได้ ผมไม่เชื่อหรอกคับ ขอแค่อย่าใช้เงินเกินตัวเท่านั้นล่ะคับ

ส่วนเรื่องงานหนักคุ้มไม่คุ้ม อันนี้อยู่ที่ใจจะคิดคับ ถ้าเหนื่อยแล้วมีความสุข เพราะได้ช่วยคนอื่น ผมว่าคุ้ม แต่ถ้าเหนื่อยแล้วเครียดเสียสุขภาพจิต หาทางออกไม่ได้ ก็อย่าฝืนคับ ทุกอย่างมีทางออกของมันคับ
Posted by :หมอโต้ง
วัน/เวลา :10/3/2555 14:12:18
อ่านของอาจารย์แก้วแล้ว ก็ไม่มีที่ผิดครับ แต่ผมว่ามันไม่ได้ครอบคลุมถึงปัญหาทั้งหมด

เพราะที่อาจารย์แก้วว่ามาทั้งหมด มองไปที่"รายได้"เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาตลาดงานของวิชาชีพสัตวแพทย์ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่อง"รายได้"หรอกครับ

ในความเห็นผม คิดว่า Career Path เป็นเรื่องสำคัญนะครับ คนเราทำงานย่อมต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ตลาดแรงงานของเรามีตัวเลือกให้ไม่มากเลย

เรื่องต่อมา คือ ความมั่นคงในชีวิต สัตวแพทย์ที่จบใหม่ๆ มักอยากทำงานที่ตัวเองรักตัวเองชอบ แต่พอทำงานไปถึงเวลาหนึ่ง จะหันมามองความมั่นคงในชีวิต เรื่องนี้คนที่เป็นข้าราชการคงไม่ต้องคำนึงถึงเท่าไหร่นัก แต่คนที่เป็นพนักงานราชการ ลูกจ้างโครงการฯ ลูกจ้างคลินิก คนกลุ่มนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องคิดถึงเรื่องความมั่นคงในชีวิตครับ

ทำไปอีกซัก 10-20 ปี เมื่อไหร่ที่เขาเลิกจ้าง เมื่อไหร่ที่ปิดกิจการ เมื่อไหร่ทีโครงการยุติลง ถึงตอนนั้นคนที่อายุ 35-40 ปี บอกตรงๆ ว่าไม่ง่ายน่ะครับที่จะเปลี่ยนงานสำหรับคนที่อายุมากๆ มีสิ่งใดเป็นหลักประกันในชีวิตครับ ภาระต้องผ่อนบ้าน 25 ปี ผ่อนรถ 8 ปี ค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยอีก ถึงตอนนั้นเราเป็นหลักให้ลูกเมียได้แค่ไหน?


ดังนั้น ผมเชื่อว่าที่หลายๆคนบ่น ไม่ได้ Focus ไปที่"รายได้"เพียงอย่างเดียว ไม่งั้นเราคงไม่เห็นคนลาออกจากทำคลินิกเดือนละ 20,000 บาท หันมาทำราชการเดือนละหมื่นเดียวหรอกครับ
Posted by :Sue Sylvester
วัน/เวลา :10/3/2555 19:32:57
ไม่ได้พูดให้ตัวเองดูดีแต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สักบาทเราก็จะเรียน
Posted by :หมอคนหนึ่ง
วัน/เวลา :26/5/2555 20:29:26
เห็นด้วยกับอาจารย์แก้วและเข้าใจเรื่องที่อาจารย์พูดอย่างมาก เพราะสิ่งนี้เราเองก็ปฏิบัติและยึดถือแนวคิดนี้มาตลอด ไม่ใช่ทำได้เพราะพ่อแม่มีฐานะ เราเองก็ลูกคนธรรมดาเด็กต่างจังหวัด จบเกษตร อยู่หอ นั่งรถเมล์ ขี่จักรยาน ตอนเรียนก็ฝึกงานทั้งที่ไม่มีใครมานั่งสอนต้องหมั่นอ่านหมั่นเรียนรู้เอาเอง พอจบก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพราะลำพังหกปีในมหาลัย กับภาคปฎิบัติ คงรู้รู้กันอยู่ว่าไม่ใช่จบปุ๊บทำได้ปั๊บเก่งเลย งานหมอก็ต้องอาศัยชั่วโมงบิน ตอนนั้นไม่อาจเอื้อมไปเปรียบเทียบเงินอะไรหรอก ต้องถามตัวเองก่อนว่า deserve หรือควรค่ากับเงินที่อยากจะเรียกร้องมั้ย ไม่เกี่ยวกับสถาบันหรือเกรดอะไรเลย มันอยู่ที่เรามีอะไรให้กับงานที่เราทำรึเปล่าทั้งด้านฝีมือ ความรู้ ความทุ่มเท และคุณธรรม จริยธรรมของหมอ จริงอยู่ทุกคนต้องมีเงินเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและคนที่รักแต่มันก็อยู่ที่ว่าเราตั้งเป้าหมายไว้สูงแค่ไหน และตัวเรามีศักยภาพแค่ไหน ดูอย่างวิชาที่คิดว่าเรียนแล้วจะได้เป็นนักบริหารผู้บริหาร จบกันมาตั้งเป็นร้อยเป็นพัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ใหญ่โต หรือทำเงินได้มากกันทุกคน พูดถึงตรงนี้แน่นอนก็ต้องมีคนมาแย้งว่าอย่างน้อยก็รู้ว่าจบวิศวะจะได้เท่านั้นเท่านี้ งั้นถ้าเอาเงินเป็นตัวตั้งก็น่าจะรู้ว่าจบสัตวแพทย์เบื้องต้นเขาได้รับกันเท่าไหร่ ควรถามตัวเองไปเลยตั้งแต่จะสอบเข้าว้่าตัวเราเอาอะไรเป็นตัวโจทย์หรือเป็นเป้าหมาย ประเด็นต่อมาCareer Path กับโอกาสในอาชีพก็ถูกต้องแต่ควรคิดซะก่อนจะสอบเข้าเลย ควรมองหรือหาศึกษาหาข้อมูลให้ท่องแท้ จะได้ประกอบการตัดสินใจ ตอนเรียนจบในรุ่นก็มีทั้งคนไปเป็นหมอ บางคนก็ไปเป็นเซลล์ นั่นก็คือการเลือกหนทางเดินนั่นแหละ ตัวเองเลือกเป็นหมอสมัยนั้นกว่าจะได้สักสามสี่หมื่นต้องเข้ากะแทบ24ชั่วโมงต่อวัน เหนื่อยมั้ยก็ต้องเหนื่อยแต่ไม่ท้อเพราะมีความสุขกับงาน บางวันออกเวรไปแล้วแต่นอนที่คลินิกมีเคสคลอดไม่ออกต้องผ่า ปลุกให้ลงไปเพราะหมอที่เข้าเวรทำไม่ได้ เอ้าก็ต้องทำ ไม่ใช่เพราะได้เปอร์เซ็นแต่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำก็เป็นหมอน่ะ เรียนมาเพื่อช่วยเหลือสัตว์ให้พ้นทุกข์ ถ้าทำอะไรได้บ้างก็ต้องทำ เป็นลูกจ้างก็หวังว่าสักวันจะได้เป็นเจ้าของคลินิกหรือโรงพยาบาล จะทำได้ไงก็ต้องเก็บเงิน จะได้มากได้น้อยอยู่ที่ใช้เป็นหรือเปล่า แน่นอนอาจจะได้ช้ากว่าเป็นดารา เป็น presenterแต่ก็ภูมิใจว่ายังทำได้ ระหว่างทำงาน เก็บส่วนหนึ่ง ซื้อเครื่องมือที่พอซื้อได้ส่วนหนึ่ง รอวันที่จะพร้อมทั้งประสบการณ์ ทั้งการเงิน มีแฟนซึ่งอันนี้อาจจะยากหน่อยเพราะทำแต่งานแต่ในที่สุดก็เจอ เวลาเที่ยวไม่มีเหมือนคนทำงานแปดโมงเลิกห้าโมงหรอกเพราะอยู่เอกชน ก็ต้องอาศัยตอนทานข้าวซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะมีเวลาเป็นของตัวเองนักหรอกจำได้ว่าบ่อยครั้งที่ถูกเรียกให้รีบกลับไปช่วยเคสหนัก หรือผ่าตัดที่ีใช้เวลาเช่นตัดต่อลำไส้ ตัดท่อปัสสาวะ อะไรทำนองนี้ แต่ก็มีความสุขนะ ทั้งๆที่บางทีก็ยังอยากพักอยู่ เพราะอะไรคนที่รักในงานที่ทำจะรู้ดี ทำอยู่อย่างนี้จนเก็บเงินได้ก็มาเปิดของตัวเองด้;ยน้ำพักน้ำแรงตัวเองล้วนๆ แรกๆก็ยังไม่มีหรอก เอ็กซเรย์ อัลตร้าซาวน์ก็ค่อยเก็บค่อยผ่อนไปก็มีจนครบนั่นแหละที่จะไม่มีหนักขึ้นก็คือเวลาเพราะเมื่อเป็นเจ้าของก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทุกอย่างไม่ใช่รอรับเงินเดือน อันนี้ก็รู้อยู่แล้วก่อนจะเดินมาทางนี้ ที่พูดก็เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่พอเห็นภาพว่าจะมายืนนะจุดๆหนึ่งได้ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง แล้วเราพร้อมที่จะเลือกเดินสายนี้รึเปล่า ถ้าถามว่าทุกวันนี้รวยแล้วมั้งถึงได้มาพูดแบบนี้ ก็ไม่ใช่แน่เพราะไม่ได้รวยอะไรเพียงแต่ยังมีความสุขและความพอใจกับสิ่งที่ทำอยู่ตลอด ท้อบ้างมั้ยเวลาเจออะไรหนักในงานแต่ก็ลุกขึ้นมาสู้ได้เพราะความสุขที่ได้ทำงานสายนี้ เงินเลี้ยงครอบครัวก็มีไม่ต้องเดือดร้อน เพราะไม่ได้ฟุ้งเฟ้ออะไร แต่ก็ไม่อัตขัต มีนะไอแพดน่ะ เงินดือนสัตว์แพทย์น่ะเป็นลูกจ้างก็ซื้อได้ อยู่ที่การวางแผนการใช้เงินและการลำดับความสำคัญและยู่ที่ว่าขอบเขตของความพอใจเราอยู่ตรงไหน การเป็นหมอหรือเป็นสัตว์แพทย์ไม่ใช่ว่าเหมือนการเปลี่ยนชุด คือพอถอดชุดออกก็หมดหน้าที่ มันเป็นสิ่งที่ติดอยู่กับตัวเราตลอดเวลา งานของเราคือช่วยให้สัตว์และเจ้าของพ้นทุกข์ คนที่มีสุขก็รวมตัวเราด้วย เงินที่ได้มาก็ยิ่งมีค่ามีความหมายเพราะเรารู้สึก deserve กับมัน และเราก็เอาเงินนั้นไปใช้อย่างรู้ค่า เพราะฉะนั้นเราว่าอาจารย์นะเขาเข้าใจนะว่าทุกคนทำงานก็อยากได้ผลตอบบแทนที่คุ้มค่าที่สุด แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่า เราแปลความหมายของสิ่งตอบแทนนั้นด้วยอะไรบ้าง สิ่งหนึ่งที่อยากจะย้ำกับคนรุ่นนี้ก็คือ ก่อนที่เราจะเรียกร้องอะไรขอให้พิจารณาตัวเองก่อนว่าเรามีอะไรที่จะให้กับคนที่เขาจะจ้างเรามั้ยในกรณีที่จบแล้ว ส่วนคนที่คิดจะเรียนก็ขอให้ถามตัวเองให้ดีดีก่อนว่าจะเรียนเพราะอะไร เรียนและจบไปจะได้ไม่suffer ส่วนคนที่คิดจะบอกว่างั้นก็รักษาฟรีไปเลยก็ขอให้หยุดคิดและอ่านทบทวนอีกทีว่าที่อาจารย์เขาเขียนมานะเราเข้าใจวัตถุประสงค์มั้ย เราก็อยากเห็นเหมือนกับคนอื่นนั้นแหละว่าสัตวแพทย์ไทยจะมีรายได้แบบสัตวแพทย์เมืองนอก ได้รับการยอมรับและนับถือแบบนั้นบ้าง แต่ตอนนี้ขอให้พวกเราตระหนักถึงหน้าที่และภาระที่เราเลือกเองที่จะมาประกอบวิชาชีพนี้ก่อน เพราะอยากน้อยก็เป็นสิ่งที่เกิดความสุขได้ด้วยตัวเราและวิธีคิดของเราเอง
Posted by :สัตวแพทย์รุุ่นพี่
วัน/เวลา :27/5/2555 3:26:41
กลัวเลือด กลัวเข็ม ไม่ชอบกลิ่นยา แต่ที่อยากเป็นเพราะมีอยู่ครั้งนึงที่แมวโดนรถชนเลยพาไปหาหมอ แล้วประทับใจที่หมอทำให้มันรอดได้ เลยอยากเป็นบ้างจะได้รักษาสัตว์ตัวอื่นๆที่ป่วยได้ค่ะ
Posted by :Mint
วัน/เวลา :20/1/2556 21:33:18
อาชีพนี้ดีมาก ต่อไปงานราชการจะเยอะขึ้น เอกชนก้เยอะอยู่เเล้ว รายได้ถือว่าดีทีเดียว ขั้นต่ำก็สักห้าหมื่นขึ้น เจ้าของร้านนะ ขออย่างเดียวอย่าผลิตเยอะรับรองอยู่เเนวหน้าของสังคมเเน่นอน เคยเก็บข้อมูลด้วยตัวเองเชื่อมั้ย ถึงสภาพเศรษฐกิจเเย่มากๆๆๆ ปี 40 ช่วงกีฬาสี วิกฤตอเมกา รักษาสัตว์ อาบน้ำตัดขน อาหารสัตว์ ยอดไม่ได้ลดลงมากอย่างน่าตกใจเลย ใครอยากจะเปิดร้านเปิดเลยไม่มีขาดทุนเเน่นอน ยังงัยก็กำไรหลายเปอร์เซนต์ จุดอ่อนอย่างเดียวคืออยูกับที่อยู่เเต่ร้านบางทีน่าเบื่อ เท่านั้นเอง ยืนยันอาชีพนี้ดีมาก
Posted by :จริงจริง
วัน/เวลา :20/1/2556 22:56:08
ทุกๆคน มาเรียนในมหาลัย ก็คงหวังอยากมีชีวิตดีๆ อย่างน้อย ก็มีรถขับ มีบ้านอยู่ เจ็บป่วยมีเงินรักษา เื่ชื่อไหมครับถ้าเริ่มจาก 0 แล้วต้องพึ่งตนเองทุกอย่าง 30,000/เดือน ก็อยู่ยาก เอาง่ายๆอยากมีรถ ผ่อนสัก 7-8,000 ค่าเช่าบ้าน3-5,000 นอนเย็นๆเปิดแอร์ น้ำไฟ 1,500-2,000 ค่าน้ำมันรถ กม ละ 3.5 บาท มากน้อย คำนวนเอาเองนะครับ อันนี้ไม่รวมรถติดในเมืองกรุงนะ หรือบางคนติดแก๊สก็จะลดไปหน่อย กินสัก 5-6,000 ค่าอื่นๆอีกจิปาถะ ถ้าเหลือเก็บก็ไม่มากครับ ยิ่งถ้ามีครอบครัวแล้วต้องรับผิดชอบหมดนะ มีหวังต้องพึ่งธรรมมะเหมือนผมแน่ๆ
แชร์นะครับ .....ผมเคยทำหลายงาน เซล์ขายยา ฟาร์ม คลีนิกสัตว์เล็ก ที่ปรึกษาสหกรณ์ แต่ไม่ตอบโจทย์ครับตอนนั้นรู้สึกว่าต้องมีรายได้เพิ่มชึ้น ก็มันไม่พอจ่ายอย่างที่บอกไว้แหละครับ นอนคิดอยู่หลายวัน เครียดมากๆ อ่านหนังสือพระหลายเล่มเลย (ไม่ใช่บทสวดมนนะครับ) จนสุดท้ายผมตัดสินใจเลิกเป็นลูกจ้าง (30,000/เดือน) มาเปิดคลีนิกรักษาสัตว์ในอำเภอเล็กๆเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องคู่แข่ง(ผมเป็นหมอคนเดียวในอำเภอ) ลงทุนกับยาสัตว์ และอาหารสัตว์นิดหน่อย เปิดสอนพิเศษนักเรียนแถวบ้านพร้อมกันไปด้วย (เช่าห้องแถวติดกับคลีนิก) แฟน สอนเด็กประถม(ผมเตรียมการสอนให้) ใช้เวลา 2 ปี รายได้ต่อเดือนนะครับ คลีนิก 80,000-120,000 บาท ค่าสอน 25,000-35,000 (ต้นทุน 4,000) บาทถ้าเป็นช่วงปิดเทอมจะตกเดือนละ 60,000 ถึง 70,000 บาท แล้วแต่จำนวนนักเรียนครับ ไม่ต้องจ้างลูกน้อง หักต้นทุน ค่าใช้จ่ายแล้ว ก็เหลือเกิน 50,000 นะครับ ....เพื่อนหลายคนเปิดคลีนิกอย่างเดียวมีรายได้มากกว่าผมเยอะ แต่ที่เจ๊งก็มีมากนะครับ
อย่างที่ว่านะครับเราไม่ได้เกิดมาเป็นสัตวแพทย์ แต่เราเรียนรู้เพื่อมีวิชาชีพสัตวแพทย์ วิชาสัตวแพทย์เป็นแค่ส่วนหนึ่งในเครื่องมือทำมาหากิน จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ วิชาชีพก็ยังเป็นสิ่งที่ควรให้ความเคารพ ผมว่าไม่ยุติธรรมเลยที่ใครจะกล่าวถึงในแง่มุมเสียหายหรือดูแคลน เงินเดือนน้อย ตกงาน ไม่มั่นคง ถ้าเงินน้อยก็ไปทำอย่างอื่น ถ้าตกงานห็ไปหางานทำ อยากมั่นคงก็หางานที่มั่นคง ถ้าหาไม่ได้ ทำไม่ได้ นั่นก็เพราะตัวเราทำไม่ได้ ไม่ได้เกี่ยวกับวิชาชีพครับ "มีดแกะสลักจะให้ลวดลายที่สวยงามกับงานแกะสลักชั้นเยี่ยม แต่จะไม่มีค่าใดหากหมายที่จะใช้มีดนั้นโค่นต้นใม้ใหญ่" ก่อนเราจะเลือกทำอะไรควรจะดูเป้าหมายของเราให้ชัดก่อนแล้วค่อยเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมนะครับ บางครั้งเราจะไปหวังได้เงินมากๆจากวิชาชีพมันก็ยากครับ อาจารย์ก็บอกชัดเจนตั้งแต่ตอนที่เข้าเรัยนแล้วครับ ผมว่านอกจากเงิน วิชาชีพยังให้ในสิ่งที่มากกว่านั้น ให้สังคม ให้รอยยิ้ม ให้ความรับผิดชอบ ถ้าเราใช้ให้ดีแล้ว แม้มันจะไม่เป็นไปตามที่คิด แต่วิชาชีพก็เป็นสิ่งที่ดี เรายังได้เปรียบคนที่ไม่มีวิฃาฃีพอีกเยอะครับ
Posted by :CU vet 65
วัน/เวลา :8/2/2556 13:51:29
อย่ามาเป้นหมอหมาแมวเลย เตือนด้วยความหวังดี
Posted by :พม่าครองเมือง
วัน/เวลา :12/2/2556 18:23:16
ใช่ครับ อย่ามาเป็นเลย สัตวแพทย์ เหนื่อย รักษาหายก็ปากต่อปาก รักษาตาย หรือจะตายอยู่แล้ว หรือที่อื่นส่งมาตายที่เรา ปากต่อ 10 ปาก รายรับน้อยกว่าความรับผิดชอบที่ทุ่มเทให้ หาเวลาว่างยาก ถ้ารวยก็ไม่ค่อยมีเวลาไปใช้เงิน มีเวลาให้ครอบครัวน้อยกว่าที่เขาจะได้รับจากเรา เป็นอาชีพที่ต้อยต่ำที่สุด ในบรรดา อาชีพที่มีคำว่า แพทย์ นำหน้าชื่อทั้งหมด คิดดีๆก่อนตัดสินใจนะครับ ประเทศไทยไม่ใช่ตะวันออกกลาง นะจ๊ะจิงจา
Posted by :กัมพูชาก็กำลังจะมาครองเมือง
วัน/เวลา :20/2/2556 14:58:25
ถ้าไม่ผลิตออกมาเยอะเกิน อยู่ดีกินดีเเน่นอน อย่าผลิตมาเยอะเพื่อฆ่ากันเลย สงสารวงการกันบ้าง ต่อไปงานราชการก็จะเยอะขึ้นด้วย รักษาให้สมดุล วงการนี้ไม่ด้อยกว่าวงการอื่นเลย
Posted by :ขอให้อย่าผลิตเกินเท่านั้น
วัน/เวลา :20/2/2556 15:26:39
ขอถามความเห็นระหว่างสัตวแพทย์กับพยาบาล ควรเรียนอะไรดีกว่ากันค่ะ ชักสับสนแล้วซี
Posted by :ว่าที่น้องใหม่56
วัน/เวลา :22/4/2556 11:50:03
ยืนยันว่า สัตวแพทย์ดีกว่าพยาบาลคับ แต่พยาบาลก็ดีกว่าอาชีพอื่นๆ รู้จักพยาบาลหลายคน รู้ลึกคับ เงินดีแต่เหนื่อย ถ้าจะให้เรียงลำดับอาชีพศูนย์แพทย์จากดีมากไปหาดีน้อย คือ แพทย์ ทันต เภสัช สัตวแพทย์ พยาบาล สาธา ประมาณนี้
Posted by :หมอเก่า
วัน/เวลา :22/4/2556 12:45:52
โลกทุนนิยม เรียนแล้วไม่หวังรายได้ จะเรียนไปทำไม ประเทศไทย ไม่ใช่สแกนดิเนเวีย จ่ายภาษีเยอะ แล้วไปทำตามฝันตามอุดมการณ์ของตนเองได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องรอบๆ ตัว หลวงจัดการให้หมด...

บรรดาคนที่เป็นข้าราชการ รับเงินเดือนและสวัสดิการของหลวง ลากิจ ลาป่วย วันหยุด วันลาสารพัด จะพูดจะทำอภิมหาเรื่องเล่าที่สวยงามอย่างไรก็ได้ แต่ทำไมไม่พูดถึงความเป็นจริงในสังคมไทย...

สัตวแพทย์มันเป็บแบบนี้ ไม่ใช่เพราะคนที่มีอำนาจไม่ดูแลกันอย่างจริงจังหรือ????
คลินิกเถื่อนเต็มบ้านเต็มเมือง...ทำไมไม่ไปจับ
ห้องเช่าตลาดนัดเล็กๆ ยังไปเปิดคลินิกกัน...ทำไมไม่ไปจับ
หมอแต่งตัวเหมือนคนงาน ถือ stethoscope ตรวจสัตว์โชว์กลางตลาดนัดเพื่อขายยาก็มี...ทำไมไม่ไปจับ
ยาหยดหลังเถื่อนขายกันทั่ว...ทำไมไม่ไปจับ
ร้านขายอุปกรณ์ตามตลาดนัดมีทั้งยา ทั้งเข็ม แถมวินิจฉัยโรคให้ด้วย....ทำไมไม่ไปจับ
ร้านอาบน้ำตัดขน รับฉีดยาฆ่าเห็บ ฉีดวัคซีน บางที่มียาสลบฉีดให้สัตว์ที่ดื้อด้วย...ทำไมไม่ไปจับ
ยาสัตว์ขายกันเกร่อ บางคนไปซื้อร้านขายยา บอกอาการ เด็กจัดยาวินิจฉัยจ่ายยาให้เสร็จ...ทำไมไม่ไปจับ
ฯลฯ...ทำไมไม่ไปจับ...ทั้งๆ คนธรรมดาสามัญไม่ได้เรียนหนังสือเค้าก็รู้ก็เห็นกันทั้งนั้น

ถ้าผลิตสัตวแพทย์แล้วรับเข้าราชการหมดแบบแพทย์ ถึงจะว่าเรื่องอุดมคติอันสูงส่งได้...

พูดตรงๆ แม้แต่คณะแพทย์ที่มักพูดถึงเรื่องอุดมคติ เพื่อชีวิต ช่วยเหลือคน แต่ในความเป็นจริง แพทย์ก็ทำมาหากินกันทุกรูปแบบเหมือนกัน ลำพังเงินเดือนหลวงอย่างเดียว คงไม่ได้รับยกย่องว่าเป็นอาชีพที่ดีที่สุดในสายแพทย์หรอก ลองถามผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเป็นแพทย์ดูซิว่าทำไมถึงอยาก ร้อยละเก้าสิบบอกอยากช่วยเหลือคน แต่ร้อยละเก้าสิบเก้าก็หวังเรื่องรายได้และฐานะทางสังคม ถ้าเป็นแพทย์แล้วจน คณะแพทย์คงไม่ดังอย่างนี้หรอก บางประเทศคนรวยคือนักกฏหมาย ไม่ใช่แพทย์ เด็กเก่งถึงเรียนกฎหมาย ไม่ใช่แพทย์ นี่ต่างหากคือความเป็นจริง...

ถ้าอยากให้สวยงามดังอุดมคติ คนที่มีอำนาจมีหน้าที่ต้องลงมือได้แล้ว อย่าเอาแต่พูดแต่เรื่องสวยงาม จนละเลยความเป็นจริงในสังคม

เราไม่ได้เสียใจเป็นสัตวแพทย์ แต่เสียใจที่ไม่มีอำนาจมากพอที่จะไปสร้างวาทกรรมแบบหลังสมัยใหม่ให้สังคมได้รับรู้ต่างหาก เพราะผู้มีอำนาจในสังคม ต่างก็พยายามสร้างวาทกรรมแบบสมัยใหม่ที่ปกปิดบางส่ิงบางอย่างในสังคมกันแทบทั้งนั้น
Posted by :....
วัน/เวลา :26/4/2556 10:10:06
เท่าที่รู้มาครับที่มีข่าวจะเปิดตำแหน่งนายสัตวแพทย์ในกรมปศุสัตว์นั้นจะมีจริง แต่เป็นเพียงลูกจ้างไม่ได้บรรจุ ดังนั้นคนที่คาดหวังตำแหน่งเพิ่มในกรมคงยากแล้ว

คิดดูแล้วกันว่าวิชาชีพสัตวแพทย์ตกลงขนาดไหน แพทย์หรือทันตแพทย์เคยมีตำแหน่งที่เป็นลูกจ้างไหม ไม่มีครับ...

แล้วทางสภาสันจรก็มาพูดว่ามีตำแหน่งแต่ไม่มีคนสมัคร ก็ที่ไม่มีเพราะเป็นตำแหน่งลูกจ้างไงครับ เลยไม่มีใครสมัคร เงินเดือนเท่าปริญญาตรี สวัสดิการก็น้อย ความก้าวหน้าก็ไม่มี ใครจะไปสมัคร

ส่วนเรื่องร้านขายยามีเพียบครับ ผมอยู่เชียงใหม่ ขนาดเมืองใหญ่ยังทำกันอย่างเปิดเผย มีอยู่ร้านหนึ่งเจ้าของเป็นสัตวแพทย์อนุปริญญา เปิดสาขามากมาย สอนให้ลูกจ้างฉีดยา รวมทั้งขายยาไม่มีทะเบียน บางทีไม่มีฉลากด้วย แต่ที่ทางสารวัตรปศุสัตว์ไม่จับเพราะมีเส้นสาย แถมเคยมีคนไปบอกสภาตอนมาสันจร สภาก็อ้างว่าไม่มีหลักฐาน ความจริงคนในสภาเค้าก็รู้เพราะเป็นคนเชียงใหม่

ทีร้านผมมาตรวจแถมทำท่าเบ่งๆๆ อีกถามหาโน้นหานี่ แต่พอบอกว่าเป็นใครก็ครับๆ กลับไปเลย...-*-...2 มาตรฐานจริงๆ ถ้าผมไม่มีเส้นสายบ้าง ก็คงโดนอีกเยอะ

ปล.เมื่อวานไปเดินตลาดนัดมีคนมาขายยาสัตว์(ทั้งยาหยดที่ไม่มีทะเบียน และยาฉีด(Ivermectin) ยาถ่ายพยาธิ ขายแบบตั้งโต๊ะเป็นล้ำเป็นสรรเลย...
Posted by :เลิกคาดหวังกับวิชาชีพนี้แล้ว
วัน/เวลา :26/4/2556 12:54:34
สัตวแพทย์สัตว์ป่า กับสัตว์ใหญ่ โอกาสได้งานทำมีมากแค่ไหน ลักษณะงานเป็นอย่างไร มีที่ไหนจะเปิดรับเราบ้างคะ แล้วถ้าอยากไปทำงานต่างประเทศจะมีโอกาสแค่ไหนคะ
Posted by :อยากเป็นสัตวแพทย์สตว์ป่าจริงๆค่ะ
วัน/เวลา :11/5/2556 11:23:12
ฉันก็อยากเป็นสัตวแพทย์ แต่จากที่อ่านข้อความข้างต้นท้งหมด การเป็นสัตวแพทย์มันดีไหม มั่นคงหรือเปล่า ...
Posted by :อาชีพที่อยากเป็น
วัน/เวลา :6/7/2556 14:49:52
มั่นคงนะถ้ามีอาชีพประจำ ทำงานที่เลิก 4 โมงเย็น 5โมงเย็น
ตอนเย็นเปิดคลินิคต่อ เสาร์อาทิตย์เปิดเต็มวัน อาบน้ำตัดขน ขายอาหารสัตว์ด้วย ยังไงก็มีรายได้ดี กลัวขี้เกียจจะรับเงินมากกว่า ทำได้ทั้งชีวิต 60ปีเเล้วก็ทำต่อไปได้จนจะทำไม่ไหว อย่าทำคลินิคอย่างเดียวจะเบื่อเสียก่อน ชีวิตจะไม่จำเจ ได้เจออะไรอย่างอื่นบ้าง
อย่าให้ชีวิตเสียโอกาส
Posted by :ลองตัดสินใจดู
วัน/เวลา :6/7/2556 16:12:02
อาชีพสัตวแพทย์ทำงานได้หลากหลาย ถ้าอยากได้รายได้มากๆ ต้องไม่ยึดติดว่าต้องทำนั่นโน่นนี่ อย่างอื่นฉันไม่ชอบไม่ทำ ต้องดูผลลัพธ์ครับว่า อันไหนที่ทำให้เรามีความสุข ทั้งเรื่องสุขภาพ เงิน และเวลาพักผ่อน ผมชอบอาชีพสัตวแพทย์ครับ อย่างน้อยคนเขาก็เรียกเราว่า"หมอ" ไอ้ความเป็นหมอนี่ขายได้ครับ อย่างน้อยก็ทำให้เรามีเครดิต ดูดี เป็นสัตวแพทย์ไม่ใช่ต้องทำคลีนิคหรือเป็นเซลอย่างเดียว ถ้าอยากได้เงินมากต้องมองให้รอบๆตัว รายได้หลักล้านต่อเดือนเราก็หาได้ อยู่ที่วิธีคิดของเราครับ ผมเองจบสัตวแพทย์ เคยเป็นเซล ตอนนี้เป็นเจ้าของฟาร์มหมู และทำธุรกิจเครือข่าย รายได้หลักล้านต่อเดือนครับ มีทรัพย์สินกว่าร้อยล้าน เป็นอาจารย์พิเศษ เป็นประธานชมรมและสหกรณ์ เป็นนักจัดรายการวิทยุ เป็นนักเขียน ฯลฯ เราทำได้สารพัดแหละถ้าคิดอยากจะทำ......ผมเลือกสัตวแพทย์อันดับหนึ่งทั้งที่คะแนนสอบเอ็นทรานส์ผมสามารถติดแพทย์ได้ ผมภูมิใจที่เป็นสัตวแพทย์ครับ และผมคิดเสมอว่าอาชีพสัตวแพทย์เป็นอาชีพที่ดีที่สุดในโลกครับ...จากหมอมิ้งค์(น.สพ.ทัศพงษ์ เวชอัศดร)
Posted by :น.สพ.ทัศพงษ์ เวชอัศดร
วัน/เวลา :28/4/2557 13:46:23
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ
อีเมล์
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรมปศุสัตว์
สัตวแพทยสภา

 
eXTReMe Tracker
 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.thaivet.org