ตลาดซื้อขาย ทางสัตวแพทย์ชมรมผู้บรีหารสถานพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์เสวนาคลินิกออนไลน์จัดหางานสำหรับสัตวแพทย์ Home Contact Us About Us
WebBoard
สัตวแพทยสมาคม
ส.ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีก
ส.สัตวแพทยผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์
สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย
คณะสัตวแพทย์
ม.มหานคร
ม.ขอนแก่น
ม เกษตรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์
ม.เชียงใหม่
ม.เวสเทิร์น
ม.มหิดล
เวปไซน์ สัตวแพทย์
รพส กัลปพฤกษ์
รพส เนินพลับหวาน
รพส สุราษฎร์ธานี
รพส นครศรีธรรมราช
บล๊อค หมออิทธิเดช
อิทธิเดชสัตวแพทย์
รพส อุดรแอร์พอร์ท
สัตวแพทย์เสวนา
ตั้งคำถามหรือกระทู้ใหม่ที่นี่
รับรองคุณวุฒิ:จากเวบสำนักงาน กพ.
(Reader : 19515)
หลักการและวัตถุประสงค์

การรับรองคุณวุฒิของผู้ที่ส่วนราชการประสงค์จะบรรจุเข้ารับราชการ เป็นหน้าที่ของ ก.พ. และสำนักงาน ก.พ. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ระบุไว้ดังนี้

หน้าที่ของ ก.พ. มาตรา 8(12) “พิจารณารับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร หรือคุณวุฒิอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน และกำหนดอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับ และระดับตำแหน่งที่ควรแต่งตั้ง”

หน้าที่ของสำนักงาน ก.พ. มาตรา 12(10) “ดำเนินการพิจารณารับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือคุณวุฒิอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน และกำหนดเงินเดือนที่ควรได้รับ และระดับตำแหน่งที่ควรแต่งตั้ง”
ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ 3 ประการ คือ

1. ให้ทางราชการได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดมาปฏิบัติราชการ
2. กำหนดเงินเดือนที่ควรได้รับให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของผู้มีคุณวุฒิเหล่านั้น โดยคำนึงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่งที่ต้องใช้คุณวุฒินั้น ๆ ประกอบด้วย
3. เพื่อความถูกต้องในการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

ประเภทการรับรองคุณวุฒิ

การรับรองคุณวุฒิของ ก.พ. แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ
การรับรองคุณวุฒิในประเทศ

การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรวิชาชีพของสถานศึกษา
ภาครัฐ
การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรวิชาชีพของสถานศึกษา
ภาคเอกชน

การรับรองคุณวุฒิต่างประเทศ

การรับรองคุณวุฒิจาก 6 ประเทศ
สหรัฐอเมริกา แคนาดา
สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย
นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น
Asian Institute of Technology (AIT)


รายชื่อสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากประเทศ
ต่าง ๆ


ข้อควรคำนึง

1. หลักเกณฑ์การพิจารณารับรองคุณวุฒิข้างต้น เป็นหลักเกณฑ์ ที่ ก.พ.
กำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ กรณีที่จะใช้กับ ข้าราชการ
ประเภทอื่น ๆ นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ข้าราชการ
ประเภทนั้น
2. กรณีไม่พบข้อมูลการรบรองคุณวุฒิในประเทศของสำนักงาน ก.พ.อาจอยู่
ในระหว่างกระบวนการรับรองคุณวุฒิ ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้
2.1 สถาบันการศึกษาจัดทำหลักสูตรและเสนอสภามหาวิทยาลัย
อนุมัติหลักสูตร
2.2 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับทราบ
การให้ความเห็นชอบหลักสูตร โดยจะมีขั้นตอนการตรวจสอบ
มาตรฐานการศึกษาเป็นระยะ ๆ
2.3 สำนักงาน ก.พ. พิจารณารับรองคุณวุฒิ เพื่อประโยชน์ใน การบรรจุ
และการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนและกำหนด เงินเดือนที่ควรได้รับ
และระดับตำแหน่งที่ควรแต่งตั้ง
3. ข้อมูลรายชื่อสถาบันการศึกษาต่างประเทศในเว็บไซต์ของ สำนักงาน
ก.พ. เป็นข้อมูลที่สำนักงาน ก.พ. ได้ตรวจสอบข้อมูล การรับรอง
วิทยฐานะสถาบันการศึกษาจากรัฐบาล/หน่วยงานที่ ทำหน้าที่ดังกล่าว
ในแต่ละประเทศ ทั้งนี้อาจมีรายชื่อสถาบัน อื่น ๆ ที่ได้รับการรับรองแต่
ไม่ปรากฏข้อมูลในเว็บไซต์ของ สำนักงาน ก.พ. ซึ่งท่านอาจสอบถาม
เพิ่มเติมได้

ลิงค์ สำนักงานกพ.
http://www.ocsc.go.th/ocsccms/frontweb/view.jsp?categoryID=CAT0001382
Posted by : หมอนพอุดรวัน/เวลา : 24/5/2552 9:50:33
จากข้อมูลข้างบน คิดว่า คุณวุฒิสัตวแพทยศาสตร์ บัณฑิต ได้มีการตีค่าไว้แล้ว เพราะเป็นตำแหน่งที่มีในระบบราชการมานานแล้ว แต่เป็นอย่างไร ยังไม่มีข้อมูล ใครมีข้อมูลรบกวนลงเผยแพร่ด้วยนะครับ ผมก็กำลังหาเหมือนกัน
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :24/5/2552 12:09:03
ตอนนี้ พรบ.ข้าราชการปี52 มีผลบังคับใช้แล้ว
จากเดิมตีค่าวุฒินายสัตวแพทย์ เริ่มต้นระดับ 4
ตอนนี้เป็นแท่ง วิชาการ ปฎิบัติการ ระดับต้น

ซึ่ง ยังมีการสับสนกับตำแหน่งสัตวแพทย์เดิม
ที่จบจากกรมปศุสัตว์อยู่(2ปี)อยู่ว่าพวกเข้ามีความสามารถเท่ากับสัตวแพทย(6ปี) ได้หรือไม่
ทั้งนี้สัตวแพทย์สภาต้องเป็นคนชี้แจง ต่อ กพ.
ถึงคณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างมากในจุดนี้ ควรจะมีการเพิ่มคุณลักษณะให้ชัดเจนกว่านี้
อันจะทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งงาน
และค่าตอบแทน(เงินเดือน)ได้ถูกต้อง
และ เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อไป คะ

หมอกรมหลายคนก็ยังเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากๆๆคะ



Posted by :สัตวแพทย์กรม
วัน/เวลา :24/5/2552 12:47:56
นานาจิตตัง

จบสัตวแพทย์กรม(2ปี)ได้บรรจุรับราชการ ซี1-2เลย
ตอนนี้ก็น่าจะไต่ ซี 7วช ซี 8 แล้ว

แต่เด็กใหม่ๆๆจบสัตวแพทย์(6ป๊)ถ้าได้บรรจุก็ซี 4เลย
ไม่กี่ปีก็กระโดด ซี7-8 แล้ว

อายุงานต่างกันมาก หลายสิบปี
ถ้าได้ทำงานจริงๆๆ จะทำได้หรือ?????

Posted by :มองต่างมุม
วัน/เวลา :24/5/2552 16:01:27
สงสัยต้องไปร้าน seed
ไปซื้อ พรบ.ข้าราชการพลเรือน ปี52 มาอ่าน
งงโว้ย......ยุ่งยากชิบหาย
Posted by :....
วัน/เวลา :24/5/2552 16:59:52
พรบ.ใหม่ปี52 ยกเลิก พรบ.เก่าปี35
Posted by :....
วัน/เวลา :24/5/2552 17:03:25
มองต่างมุม มั่ววะ

ดูที่
www.ocsc.go.th/ocsccms/frontweb/view.jsp?categoryID=CAT0001899

มีแต่ พรบ.ข้าราชการพลเรือน ปี2551 นี่....
Posted by :......
วัน/เวลา :24/5/2552 17:11:39
คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)ได้ออกกฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2551 ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ซึ่งกำหนดการกำหนดตำแหน่งข้าราชการใหม่เป็น 4 ประเภทคือบริหาร อำนวยการ วิชาการและทั่วไปโดยยกเลิกระบบ"ซี"ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคมเป็นต้นไปว่า สำหรับเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการแบ่งออกเป็น 5 อัตราดังนี้




1.ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ ที่มีประสบการณ์ ทักษะ และสมรรถนะ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา 3,500 บาท มี 26 สายงาน




2. ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา 5,600 บาท มี 26 สายงาน




3. ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา 9,900 บาท มี123 สายงาน




4. ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา 13,000 บาท มี42 สายงาน




5. ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์ ทักษะ และสมรรถนะ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา 15,600 บาท มี 42 สายงาน




ทั้งนี้รายละเอียดของสายงานในแต่ระดับมีดังนี้







ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ ได้แก่




๑. สายงานกายภาพบำบัด ๒. สายงานทันตแพทย์ ๓. สายงานพยาบาลวิชาชีพ ๔. สายงานแพทย์ ๕. สายงานนายสัตวแพทย์ ๖. สายงานเทคนิคการแพทย์ ๗. สายงานเภสัชกรรม
๘. สายงานวิศวกรรมเครื่องกล ๙. สายงานวิศวกรรมไฟฟ้า ๑๐. สายงานวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร



Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :26/5/2552 11:49:05
ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ได้แก่
๑๐๑. สายงานแพทย์ ๑๐๒. สายงานนายสัตวแพทย์๑๐๓. สายงานเทคนิคการแพทย์ ๑๐๔. สายงานเภสัชกรรม ๑๐๕. สายงานวิศวกรรมเครื่องกล ๑๐๖. สายงานวิศวกรรมไฟฟ้า ๑๐๗. สายงานวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร ๑๐๘. สายงานวิศวกรรมโยธา ๑๐๙. สายงานวิศวกรรมเหมืองแร่ ๑๑๐. สายงานสถาปัตยกรรม

ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ ได้แก่
๓๑. สายงานวิทยาศาสตร์ ๓๒. สายงานวิศวกรรมสำรวจ ๓๓. สายงานอักษรศาสตร์ ๓๔. สายงานประติมากรรม ๓๕. สายงานทันตแพทย์ ๓๖. สายงานแพทย์ ๓๗. สายงานนายสัตวแพทย์ ๓๘. สายงานวิศวกรรมโยธา ๓๙. สายงานสถาปัตยกรรม ๔๐. สายงานวิศวกรรมชลประทาน ๔๑. สายงานวิชาการคอมพิวเตอร์ ๔๒. สายงานวิศวกรรมการเกษตร
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :26/5/2552 11:52:51
จากข้อมูลข้างบน จะเข้าใจว่า ตำแหน่งนายสัตวแพทย์ใน ราชการ อยู่ในประเภทวิชาการ ใช่มั๊ยครับ


ข้อมูลจากเวบ กพ. ครับ

ผลการประชุม ก.พ.ครั้งที่ 4/2552 [29/04/2552]


เมื่อวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ก.พ. ครั้งที่ 4/2552 ณ อาคารรัฐสภา 3 ชั้น 4 โดยที่ประชุมได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญ ดังนี้



1. ตาม ที่ ก.พ. ได้มีการพิจารณาเรื่องการบริหารจัดการตำแหน่งว่างของส่วนราชการ และมีมติให้ส่วนราชการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งว่างที่มีอยู่โดยเร็ว ภายในวันที่ 30 เมษายน 2552 โดย คณะรัฐมนตรี มีมติ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 เห็นชอบกับแนวทางดังกล่าวแล้วนั้น สำนักงาน ก.พ. ได้พิจารณาเห็นว่าส่วนราชการได้ดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลจำนวนหนึ่งแล้ว แต่เนื่องจากส่วนราชการต้องมีการปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งตามหนังสือเวียนสำนักงาน ก.พ. ซึ่งต้องเสนอให้ อ.ก.พ. กระทรวงพิจารณาก่อน และบางส่วนราชการอยู่ระหว่างเรียกบุคคลมาบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งว่างเดือนพฤษภาคม 2552 ประกอบกับเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2552 สำนักงาน ก.พ.ได้รับสมัครสอบบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ภาค ข ซึ่งจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 และจะประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่พร้อมสำหรับการเรียกบรรจุให้ส่วนราชการต่างๆในวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 อีกทั้งในเดือนเมษายนมีวันหยุดราชการหลายวัน จึงเห็นควรขยายเวลาให้ส่วนราชการบรรจุแต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งว่างออกไปอีก 45 วัน

ซึ่ง ก.พ. ได้มีมติเห็นชอบให้ส่วนราชการดำเนินการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งที่ว่างจนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2552 และรายงานให้สำนักงาน ก.พ. ทราบภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2552 ได้มีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาดังกล่าวตามมติ ก.พ. แล้ว

2. เห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เรื่อง การให้ข้าราชการพลเรือนสามัญรับราชการต่อไปอีกไม่เกินสิบปีเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ เพื่อกำหนดเป็นกฎ ก.พ. ดังนี้

หลักการ ส่วนราชการสามารถดำเนินการให้ข้าราชการที่มีคุณสมบัติในสายงานที่มีการขาดแคลนเชิงปริมาณตามที่ ก.พ. กำหนดรับราชการต่อไปอีกไม่เกินสิบปี เมื่อสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ สำหรับสานงานที่ขาดแคลนเชิงคุณภาพ และกรณีอื่นๆให้เสนอ ก.พ.พิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป ทั้งนี้ต้องเป็นความประสงค์ของทางราชการและไม่ใช่การกำหนดตำแหน่งเพิ่มใหม่

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ก.พ. กำหนดตำแหน่งในสายงานที่จะให้รับราชการต่อ กรณีขาดแคลนเชิงปริมาณ มี 8 สายงาน ดังนี้

ก. ประเภททั่วไป ระดับอาวุโส และระดับทักษะพิเศษ ได้แก่ นายช่างศิลปกรรม นาฏศิลปินคีตศิลปิน และ ดุริยางคศิลปิน

ข. ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นักกฎหมายกฤษฎีกา นายแพทย์ ทันตแพทย์ และนายสัตวแพทย์
สำหรับคุณสมบัติของข้าราชการที่จะได้รับราชการต่อ มีคุณสมบัติเบื้องต้น อาทิ

1. มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ทักษะ ประสบการณ์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในทางวิชาการ หรือหน้าที่ที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว ที่หาผู้อื่นปฏิบัติงานแทนได้ยาก

2. ดำรงตำแหน่งที่กำหนดในมาตรา 108 เป็นระยะเวลาต่อเนื่องจนถึงวันที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ก่อนสิ้นปีงบประมาณนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี กรณีนอกเหนือจากนี้ เสนอ ก.พ. พิจารณาเป็นกรณีๆไป

3. ไม่อยู่ในระหว่างการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีผิดวินัยร้ายแรง

4. ผ่านการตรวจสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่คณะกรรมการแพทย์ของก.พ. กำหนด

ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการของส่วนราชการ

ก. ในกรณีตำแหน่งในสายงานที่ ก.พ. กำหนด ให้เสนอ อ.ก.พ. กรมหรือ อ.ก.พ. กระทรวง พิจารณา ภายในเดือนมีนาคมของแต่ละปีงบประมาณ

ข. กรณีตำแหน่งในสายงานอื่นๆ และกรณีอื่น ๆ ให้ส่วนราชการเสนอรายชื่อตำแหน่งพร้อมเหตุผลความจำเป็นของภารกิจ สภาวะการขาดแคลน การกำหนดภารกิจที่จะมอบหมายให้ปฏิบัติและระยะเวลาที่จะให้รับราชการต่อ รวมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณาตัวบุคคล เสนอ อ.ก.พ.กรม และ อ.ก.พ.กระทรวง ก่อนเสนอ ก.พ. พิจารณา
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. จะได้นำเสนอร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญรับราชการต่อไปอีกไม่เกินสิบปีเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ เสนอ อ.ก.พ. วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบราชการพิจารณาก่อนให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎ ก.พ.ต่อไป

3. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551(มาตรา 43) ข้าราชการพลเรือนสามัญมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดทำบริการสาธารณะ และต้องไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง ส่วนหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการรวมกลุ่มตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

สำนักงาน ก.พ. ได้ดำเนินการศึกษาเพื่อเตรียมการยกร่างราชกฤษฎีกาว่าด้วยการรวมกลุ่มของข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของระบบราชการไทยแล้ว โดยมีการระดมความคิดเห็นเบื้องต้นจากผู้ทรงคุณวุฒิ และข้าราชการบางส่วน ซึ่งที่ประชุมได้ให้คำแนะนำให้สำรวจความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายในระดับชำนาญการและชำนาญการพิเศษเพิ่มเติม ส่วนเรื่องรูปแบบขององค์กรนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า สหภาพ และให้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นช่องทางในการแสดงออกซึ่งความต้องการ รวมทั้งรักษาเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการด้วย

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.จะได้ปรับปรุงและยกร่างราชกฤษฎีกาว่าด้วยการรวมกลุ่มของข้าราชการพลเรือนสามัญ เสนอ ก.พ. และ คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในคราวต่อไป

4. เห็นชอบกับยุทธศาสตร์การพัฒนาข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2552-2556 ซึ่งมีหลักการสำคัญในการเสริมสร้างให้ข้าราชการพลเรือนมีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิตมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจภาครัฐและประโยชน์สุขประชาชน และมีเป้าประสงค์เพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของข้าราชการทุกระดับให้ปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ เกิดผลสัมฤทธิ์ คุ้มค่า เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน ยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 เน้นการพัฒนาคุณภาพข้าราชการในการปฏิบัติงานบนพื้นฐานของสมรรถนะ ยุทธศาสตร์ที่ 2 เน้นการพัฒนาข้าราชการให้เป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย และเข้าถึงประชาชน ยุทธศาสตร์ที่ 3 เน้นพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงทุกระดับในองค์การ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายให้สามารถเป็นผู้นำตนเอง ผู้นำทีม ผู้นำองค์การและผู้นำเครือข่าย และยุทธศาสตร์ที่ 4 เน้นการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการทุกคนทุกระดับ

ทั้งนี้ ได้มีการนำเสนอรายละเอียด แนวทางปฏิบัติ รวมทั้งมาตรการ ตัวชี้วัดตามยุทธศาสตร์ และเงื่อนไขความสำเร็จในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ดังกล่าวแล้ว ก.พ.มีมติให้สำนักงาน ก.พ.นำเรื่องดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนมีหนังสือแจ้งเวียนให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ ต่อไป
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :26/5/2552 12:01:56
จาก หนังสือที่ นร1004.3/ว14 สำนักงานกพ ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 เรื่อง การรับรองคุณวุฒิ
ลิงค์ http://www.ocsc.go.th/ocsccms/uploads/circular/ccl0000374.pdf

วุฒิที่ กพ รับรองแล้ว
ในส่วนของสัตวแพทย์

ลำดับที่ 5 ปริญญาเอก อันดับ 5 เงินเดือนเริ่ม 13110 บาท

ลำดับที่9.ปริญญาวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน หรือปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัญฑิต ที่กำหนดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 2 ปี ต่อจาก สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต อันดับ 4 เงินเดือน 11140 บาท กับ ปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต อันดับ 4 เงินเดือน 10660 บาท

( อันนี้ ไม่ค่อยเข้าใจความหมายนัก ว่าต่างกันอย่างไร รายละเอียดอ่านในลิ้งค์ นะครับ )
ลำดับที่ 13 ปริญญาโท หรือ เทียบเท่า จะได้รับบรรจุ อันดับ 4 เงินเดือน 9700 บาท

ลำดับที่ 14.ปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต เข้าใจเองว่า ถ้าได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว จะได้รับบรรจุ ที่ อันดับ 4 เงินเดือน 10190 บาท

ลำดับที่ 15.ปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต เข้าใจว่า คนที่ยังไม่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จะได้รับบรรจุ ที่ อันดับ 4 เงินเดือน 9700 บาท


Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :26/5/2552 12:46:54
แล้วงานด้านปศุสัตว์
ที่เราอยากให้เด็กสัตวแพทย์จบใหม่ลงพื้นที่
ตามต่างจังหวัดนั้น ยังไม่ได้มีการกำหนดคุณสบบัติเลย

ปีหน้าเด็กจบใหม่ 300-400 คน
สงสัยมีเปิดคลินิกสัตวเล็กเพียบอีกแหงๆๆๆ

กลุ่มใจโว้ย...

Posted by :......
วัน/เวลา :26/5/2552 13:28:50
ที่มา อบต. โนนแดง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม

มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

สายงาน สัตวแพทย์
ลักษณะงานโดยทั่วไป
สายงานนี้คลุมถึงตำแหน่งต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานทางสัตวแพทย์ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติ
เกี่ยวกับการป้องกันและกำจัดโรคสัตว์ เช่น การฉีดยาวัคซีน การตรวจและรักษาพยาบาล การกักสัตว์
การตรวจควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามกฎ ระเบียบ และพระราชบัญญัติควบคุมการ
ฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ กากรให้คำแนะนำปรึกษาในด้านการเลี้ยงและรักษาสัตว์ การเพาะเลี้ยงเชื้อ
ตลอดจนช่วยดูแลอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และการปฏิบัติการในห้องทดลอง เป็นต้น และปฏิบัติหน้าที่อื่น
ที่เกี่ยวข้องซึ่งตำแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้มีลักษณะที่จำเป็นต้องใช้ผู้มีความชำนาญในวิชาการสัตแพทย์
ชื่อและระดับของตำแหน่ง
ตำแหน่งในสายงานนี้มีชื่อและระดับของตำแหน่งดังนี้ คือ
สัตวแพทย์ 2 ระดับ 2
สัตวแพทย์ 3 ระดับ 3
สัตวแพทย์ 4 ระดับ 4
สัตวแพทย์ 5 ระดับ 5
สัตวแพทย์ 6 ระดับ 6

















ชื่อตำแหน่ง สัตวแพทย์ 2
หน้าที่และความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานขั้นต้นเกี่ยวกับงานสัตวแพทย์ ภายใต้การกำกับ ตรวจสอบโดยทั่วไปหรือตาม
คำสั่ง หรือแบบ หรือแนวทางปฏิบัติที่มีอยู่อย่างกว้าง ๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ตรวจและรักษาพยาบาลสัตว์ขั้นต้นที่ไม่ยาก หรือรักษาพยาบาลสัตว์ตามคำสั่งของนาย
สัตวแพทย์ ช่วยดูแลการกักสัตว์โดยตรวจจำนวนสัตว์ การประทับตราและตั๋วพิมพ์ รูปพรรณ ตรวจใบอนุญาตและ
การฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ อาการสัตว์ ออกสำรวจสัตว์เพื่อค้นหาโรค ทำการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคล่วงหน้า
การตรวจ ควบคุม การฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามกฎ ระเบียบ และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ ช่วยปฏิบัติงานในห้องทดลองเกี่ยวกับการฉีดและเพาะเชื้อเลี้ยงเชื้อ รวมทั้งการเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือในห้องทดลองและปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ได้รับประกาศนียบัตรวิชาสัตวแพทย์หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ หรือทางอื่นที่ ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้
ความรู้ความสามารถที่ต้องการ
1. มีความรู้ในวิชาการตรวจเนื้อสัตว์และในวิชาการป้องกันและกำจัดโรคระบาดสัตว์
อย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่
2. มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล กฎหมายว่าด้วยและ
กฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่
3. มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานธุรการและงานสารบรรณอย่างเหมาะสมแก่การ
ปฏิบัติงานในหน้าที่
4. มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่
5. มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียดแม่นยำ
6. มีความสามารถในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับระเบียบและวิธีการปฏิบัติงานที่อยู่ในความ
รับผิดชอบ









ชื่อตำแหน่ง สัตวแพทย์ 3
หน้าที่และความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของงาน
ไม่สูงนัก หรือในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงาน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของ
งานเทียบได้ระดับเดียวกัน รับผิดชอบงานสัตวแพทย์ โดยควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งหรือปฏิบัติงานสัตวแพทย์ที่ยากพอสมควร ภายใต้การกำกับตรวจสอบบ้าง และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานที่ยากพอสมควรเกี่ยวกับสัตวแพทย์โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ
หลายอย่าง เช่น ตรวจและวินิจฉัยโรคสัตว์ที่มีอาการชัดแจ้ง รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย ดูแลการกักสัตว์ ตรวจสุขภาพความสมบูรณ์ของสัตว์ที่คอกพัก บรรทุกลำเลียงสัตว์ ออกสำรวจสัตว์และค้นหาโรค ฉีดวัคซีนป้องกันโรคล่วงหน้า การตรวจควบคุมการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามกฎ ระเบียบ และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ เป็นต้น ช่วยปฏิบัติงานในห้องทดลองเกี่ยวกับภารกิจและเพาะเชื้อการผ่าตัด การเตรียมอุปกรณ์และ
เครื่องมือต่าง ๆ ให้คำปรึกษาแนะนำในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง
ในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน นอกจากอาจปฏิบัติงานดังกล่าวข้างต้นบ้างแล้ว ยังทำหน้าที่
ติดต่อประสานงาน ควบคุม ตรวจสอบ ให้คำปรึกษาแนะนำและแก้ปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติงานใน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงาน ทำหน้าที่ช่วยหัวหน้าหน่วยงานปฏิบัติงานตามที่ได้รับ
มอบหมาย
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งสัตวแพทย์ 2 และได้ดำรงตำแหน่งในระดับ 2 หรือที่
ก.อบต.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานสัตวแพทย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ความรู้ความสามารถที่ต้องการ
นอกจากจะมีความรู้ความสามารถเช่นเดียวกันสัตวแพทย์ 2 แล้ว จะต้อง
1. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม โดย
เฉพาะอย่างยิ่งของประเทศไทย
2. มีความสามารถในการศึกษาหาข้อมูล วิเคราะห์ปัญหาและสรุปเหตุผล





ชื่อตำแหน่ง สัตวแพทย์ 4
หน้าที่และความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของงานสูง หรือในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงาน
ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของงานเทียบได้ระดับเดียวกัน รับผิดชอบงานสัตวแพทย์ โดยควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือปกครองผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจำนวนหนึ่ง หรือปฏิบัติงานสัตวแพทยที่ค่อนข้างยากมาก โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้กำกับตรวจสอบหรือภายใต้การตรวจสอบบ้าง และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
พิจารณา ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเห็น สรุปรายงาน เสนอแนะ และดำเนินการปฏิบัติงาน
ที่ค่อนข้างยากมากเกี่ยวกับงานสัตวแพทย์ โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น ตรวจและวินิจฉัยโรคสัตว์ การรักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การตรวจและควบคุมการกักสัตว์ การตรวจสุขภาพและความสมบูรณ์ของสัตว์ การดูแลการบรรทุกลำเลียงสัตว์ การออกสำรวจสัตว์และค้นหาโรค การฉีดวัคซีนป้องกันโรคล่วงหน้า การตรวจ
ควบคุมการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามกฎ ระเบียบ และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ เป็นต้น ปฏิบัติในห้องทดลองเกี่ยวกับการฉีดและเพาะเชื้อการผ่าตัด การเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ศึกษาวิเคราะห์และเสนอความเห็นเกี่ยวกับปัญหาโดยทั่วไปด้านการป้องกันและกำจัดโรค ให้คำปรึกษาแนะนำในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา ตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับงานในหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง
ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงาน นอกจากอาจปฏิบัติงานดังกล่าวข้างต้นบ้างแล้วยังทำหน้าที่
ติดต่อประสานงาน วางแผน มอบหมายงาน ควบคุม ตรวจสอบ ให้คำปรึกษาแนะนำ ปรับปรุงแก้ไข ติดตาม
ประเมินผล และแก้ปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติงานในหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย
ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงาน ทำหน้าที่ช่วยหัวหน้าหน่วยงานปฏิบัติงานตามที่ได้รับ
มอบหมาย
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งสัตวแพทย์ 2 และได้ดำรงตำแหน่งในระดับ 3 หรือ
ที่ ก.อบต.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานสัตวแพทย์มาแล้วไม่น้อยกว่า
1 ปี หรือ
2. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งสัตวแพทย์ 2 และได้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ 2
หรือที่ ก.อบต.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานสัตวแพทย์มาแล้วไม่น้อยกว่า
1 ปี





ความรู้ความสามารถที่ต้องการ
นอกจากจะมีความรู้ความสามารถเช่นเดียวกับสัตวแพทย์ 3 แล้ว จะต้อง
1. มีความรู้ความเข้าใจในนโยบายและแผนงานด้านต่าง ๆ ของส่วนงานที่สังกัด
2. มีความสามารถในการจัดทำแผนงาน ควบคุม ตรวจสอบ ให้คำปรึกษาแนะนำและ
เสนอแนะวิธีการแก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ
3. มีความสามารถในการปกครองบังคับบัญชา
4. มีความสามารถในการติดต่อประสานงาน



























ชื่อตำแหน่ง สัตวแพทย์ 5
หน้าที่และความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้าหน่วยงานระดับแผนก ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพ
ของงานสูงมาก หรือในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงาน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของงานเทียบได้ระดับเดียวกัน รับผิดชอบงานสัตวแพทย์ โดยควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือปกครอง
ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจำนวนพอสมควร หรือปฏิบัติงานสัตวแพทย์ที่ยากมาก โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้กำกับตรวจสอบ
และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
พิจารณา ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเห็นสรุปรายงาน และดำเนินการปฏิบัติงานที่ยากมากเกี่ยวกับ
งานสัตวแพทย์ โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น ตรวจและวินิจฉัยโรคสัตว์ การให้การรักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การสำรวจแหล่งที่เกิดโรคระบาด การให้คำแนะนำและตอบปัญหาแก่เจ้าของสัตว์เกี่ยวกับการ
ป้องกันโรคระบาดสัตว์และการรักษาพยาบาลสัตว์ การตรวจ ควบคุมการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามกฎ ระเบียบ และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ เป็นต้น พิจารณาเสนอแนะให้ความคิดเห็นในการวาง
ข้อกำหนดการปรับปรุงแก้ไขระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับงานป้องกันและกำจัดโรคระบาดสัตว์ ฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแนะนำในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา ตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับงานในหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง
ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานนอกจากอาจปฏิบัติงานดังกล่าวข้างต้นบ้างแล้ว ยังทำหน้าที่
ติดต่อประสานงานวางแผน มอบหมายงาน ควบคุม ตรวจสอบ ให้คำปรึกษาแนะนำ ปรับปรุงแก้ไข ติดตาม
ประเมินผลและแก้ปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติงานในหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย
ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงาน ทำหน้าที่ช่วยหัวหน้าหน่วยงานปฏิบัติงานตามที่ได้รับ
มอบหมาย
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งสัตวแพทย์ 2 หรือนายสัตวแพทย์ 4 และได้ดำรง
ตำแหน่งในระดับ 4 หรือที่ ก.อบต.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานสัตวแพทย์
มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ
2. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งสัตวแพทย์ 2 หรือนายสัตวแพทย์ 4 และได้ดำรง
ตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ 3 หรือที่ ก.อบต.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับงาน
สัตวแพทย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี






ความรู้ความสามารถที่ต้องการ
นอกจากจะมีความรู้ความสามารถเช่นเดียวกับสัตวแพทย์ 4 แล้ว จะต้อง
1. มีความรู้ความเข้าใจในหลักการบริหารงานบุคคล
2. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
3. มีความรู้ความสามารถในการใช้งานคอมพิวเตอร์





























ชื่อตำแหน่ง สัตวแพทย์ 6
หน้าที่และความรับผิดชอบ
ปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้าหน่วยงานระดับกอง ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของงานสูงหรือในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงานซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของงานเทียบได้ระดับเดียวกัน รับผิดชอบงานสัตวแพทย์ โดยควบคุมหน่วยงานหลายหน่วยและปกครองผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากพอสมควร หรือปฏิบัติงานสัตวแพทย์ในลักษณะผู้ชำนาญการหรือผู้มีความสามารถและความชำนาญงานเทียบได้ระดับเดียวกันและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
พิจารณา ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเห็น สรุปรายงาน เสนอแนะ และดำเนินการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานสัตวแพทย์ที่ต้องใช้ความชำนาญงาน โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น ควบคุมและวางแผนการสำรวจแหล่งที่เกิดโรคระบาดสัตว์และจำนวนสัตว์ การควบคุมโรคระบาดสัตว์และการฉีดวัคซีนป้องกันโรค
การตรวจควบคุมการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามกฎ ระเบียบ และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ เป็นต้น เสนอแนะข้อควรปรับปรุงเกี่ยวกับการป้องกัน กำจัดโรคระบาดสัตว์ ฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแนะนำในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา ตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับงานในหน้าที่ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการต่าง ๆ ตามที่ได้รับแต่งตั้ง เข้าร่วมประชุมในการกำหนดนโยบายและแผนงานของส่วนงานที่สังกัดและปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง
ในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน นอกจากอาจปฏิบัติงานดังกล่าวข้างต้นบ้างแล้ว ยังทำหน้าที่กำหนดนโยบายการปฏิบัติงาน พิจารณาวางอัตรากำลังเจ้าหน้าที่และงบประมาณของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ติดต่อประสานงาน วางแผน มอบหมายงาน วินิจฉัย สั่งการ ควบคุม ตรวจสอบ ให้คำปรึกษาแนะนำ
ปรับปรุงแก้ไข ติดตามประเมินผลและแก้ปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติงานในหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย
ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงาน ทำหน้าที่ช่วยหัวหน้าหน่วยงานปฏิบัติงานตามที่ได้รับ
มอบหมาย
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งสัตวแพทย์ 2 หรือนายสัตวแพทย์ 4 และได้ดำรง
ตำแหน่งในระดับ 5 หรือที่ ก.อบต.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานสัตวแพทย์
มาแล้วไม่น้อยกว่า1 ปี หรือ
2. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งสัตวแพทย์ 2 หรือนายสัตวแพทย์ 4 และได้ดำรงตำแหน่ง
ไม่ต่ำกว่าระดับ 4 หรือที่ ก.อบต.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานสัตวแพทย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี





ความรู้ความสามารถที่ต้องการ
นอกจากจะมีความรู้ความสามารถเช่นเดียวกับสัตวแพทย์ 5 แล้ว จะต้อง
1. มีความสามารถในการบริหารงานและจัดระบบงาน
2. มีความสามารถในการริเริ่ม ปรับปรุงนโยบายและแผนงาน
3. มีความรู้ความสามารถในการใช้งานคอมพิวเตอร์
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :26/5/2552 14:09:03
วุฒิการศึกษาบางคณะที่ ก.พ.ยังไม่รับรอง ไม่ทราบว่าจะรับรองได้เมื่อไร เช่น ม.บูรพา ไม่ได้รับรองวุฒินิติศาสตร์ ไม่ทราบว่าจะรับรองเมือไร
Posted by :นางอัจฉรียา
วัน/เวลา :26/11/2552 14:36:25
แล้วข้อสรุป คืออะไรหรือคะ อยากรู้ว่าจะมีตำแหน่งงานไหนเปิดรับบ้างน่ะค่ะ แล้วต้องสอบผ่านภาค ก. ก่อนไหมคะ ??
Posted by :pawi
วัน/เวลา :26/11/2552 18:38:51
หารีอเรื่องวุฒิการศึกษา จบปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต สาขาการศึกษา วิชาเอกธุรกิจศึกษา จากวิทยาลัยครูอุตรดิตถ์ เมื่อ วันที่ 15 มีนาคม 2537 เป็นหลักสูตร
ต่อเนื่อง 2 ปี คือจบ ปวช. การตลาด และปวส.การตลาด อยากทราบว่าเป็นปริญญาที่ก.พ. รับรองว่า เป็นปริญาสังคมศาสตร์ด้านบริหารธุรกิจหรือไม่คะ
และสามารถสอบตำแหน่งนักวิชาการพัสดุได้หรือไม่ ในคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง คือปริญญาหรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้ ทางกฎหมาย ทางเศรษฐศาสตร์ ทางสังคมศาสตร์ ด้านพาณิชยศาสตร์ หรือบริหารธุรกิจ หรือที่ก.ท. กำหนดไว้ว่าใชเป้นคุรสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้
Posted by :ข้าราชการท้องถิ่นผู้น้อยต้องการความก้าวหน้า
วัน/เวลา :25/1/2556 15:43:40
น้องๆที่จบมาคงไม่เปิดคลินิกมากมายอะไรอย่างที่ตกใจหรอก สายงานมีให้เลือกทำมากมาย ไม่มีว่าบัณฑิตล้นตลาดอยู่แล้ว
Posted by :แจ็ค
วัน/เวลา :29/1/2556 15:09:03
ผมจบวศวะอุตสาหการสามารถสอบ ก.พ.ได้เปล่าคับ
Posted by :นิก
วัน/เวลา :28/2/2556 15:20:13
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ
อีเมล์
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรมปศุสัตว์
สัตวแพทยสภา

 
eXTReMe Tracker
 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.thaivet.org